กศน.ตำบลเปือ ส่งนักศึกษาคือ นางวราภรณ์ คำพล ประกวดทอล์คโชว์ เรื่องค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ในวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๘ ชนะเลิศเป็นตัวแทนจังหวัดน่านประกวดในระดับภาคเหนือ ในวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘
วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2558
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
กศน.ตำบลเปือจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ หลักสูตรการเพาะเห็ดโคนน้อย
คุณประโยชน์จากเห็ด เห็ดจัดเป็นอาหารประเภทผักที่ปราศจากไขมัน มีปริมาณน้ำตาลและเกลือค่อนข้างต่ำและยังเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี
เมื่อเทียบกับผักอีกหลายชนิด อีกทั้งยังมีรสชาติและกลิ่นที่ชวนรับประทาน
นอกจากจะให้คุณค่าทางโภชนาการแล้วเห็ดยังมีสรรพคุณทางยา
ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายและช่วยลดความเสี่ยงจากโรคร้ายต่างๆเช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน อัลไซเมอร์(โรคหลงๆลืมๆในผู้สูงอายุ)หลอดเลือดหัวใจอุดตัน
และความดันโลหิตสูง เป็นต้น
เห็ดโคนน้อย
จัดเป็นราชั้นสูงที่อยู่ใน ตระกูลเห็ดในประเทศไทยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปเนื่องจากมีการกระจายพันธุ์ทั่วทุกภาคของประเทศไทยโดยมีชื่อเรียกตามวัสดุเพาะ
เช่น เห็ดถั่ว เห็ดถั่วเหลือง
หรือเห็ดถั่วเน่า เห็ดโคนน้อย เห็ดโคนบ้าน เห็ดโคนขาว(ภาคเหนือ) เห็ดคราม
เห็ดปลวกน้อย(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เห็ดโคนเพาะ เห็ดโคนน้อย
เห็ดหมึก(ภาคกลาง)เป็นเห็ดที่ขึ้นง่าย ลักษณะคล้ายเห็ดโคนสีขาวมีหมวกสวยงามสมส่วน ก้านดอกขนาดเท่าดินสอดำ
ความยาวของต้นเห็ดประมาณ 2-3 นิ้ว
วัสดุที่สามารถใช้ในการเพาะเห็ดโคนน้อย
เนื่องจากวัสดุในพื้นที่ในแต่ละท้องถิ่นมีวัสดุในการเพาะเห็ดโคนน้อยที่ไม่เหมือนกันและเห็ดโคนน้อยสามารถที่จะเพาะในวัสดุเพาะดังนี้
1. ตอซังข้าว ฟางข้าว
2. ต้นข้าวโพด เปลือกข้าวโพด
3. ต้นถั่วหรือเปลือกถั่วชนิดต่างๆ
ซึ่งเศษวัสดุฯเหล่านี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในรูปของวัสดุเพาะเห็ด
และเมื่อเก็บเห็ดแล้ววัสดุเพาะเห็ดดังกล่าวยังสามารถนำกลับมาใช้เป็นอาหารสัตว์
เช่น โค กระบือ ได้อีกครั้ง โดยมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าปกติ
เนื่องจากย่อยได้ดีขึ้น จึงส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์ดีขึ้นด้วย
หรือใช้ในรูปของปุ๋ยชีวภาพสำหรับต้นไม้ก็จะทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตดี
ไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีซึ่งทำให้ดินเค็มและแน่น
เห็ดโคนน้อย
จัดเป็นราชั้นสูงที่อยู่ใน ตระกูลเห็ดในประเทศไทยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปเนื่องจากมีการกระจายพันธุ์ทั่วทุกภาคของประเทศไทยโดยมีชื่อเรียกตามวัสดุเพาะ
เช่น เห็ดถั่ว เห็ดถั่วเหลือง
หรือเห็ดถั่วเน่า เห็ดโคนน้อย เห็ดโคนบ้าน เห็ดโคนขาว(ภาคเหนือ) เห็ดคราม
เห็ดปลวกน้อย(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เห็ดโคนเพาะ เห็ดโคนน้อย
เห็ดหมึก(ภาคกลาง)เป็นเห็ดที่ขึ้นง่าย ลักษณะคล้ายเห็ดโคนสีขาวมีหมวกสวยงามสมส่วน ก้านดอกขนาดเท่าดินสอดำ
ความยาวของต้นเห็ดประมาณ 2-3 นิ้ว
วัสดุที่สามารถใช้ในการเพาะเห็ดโคนน้อย
เนื่องจากวัสดุในพื้นที่ในแต่ละท้องถิ่นมีวัสดุในการเพาะเห็ดโคนน้อยที่ไม่เหมือนกันและเห็ดโคนน้อยสามารถที่จะเพาะในวัสดุเพาะดังนี้
1. ตอซังข้าว ฟางข้าว
2. ต้นข้าวโพด เปลือกข้าวโพด
3. ต้นถั่วหรือเปลือกถั่วชนิดต่างๆ
ซึ่งเศษวัสดุฯเหล่านี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในรูปของวัสดุเพาะเห็ด
และเมื่อเก็บเห็ดแล้ววัสดุเพาะเห็ดดังกล่าวยังสามารถนำกลับมาใช้เป็นอาหารสัตว์
เช่น โค กระบือ ได้อีกครั้ง โดยมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าปกติ
เนื่องจากย่อยได้ดีขึ้น จึงส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์ดีขึ้นด้วย
หรือใช้ในรูปของปุ๋ยชีวภาพสำหรับต้นไม้ก็จะทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตดี
ไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีซึ่งทำให้ดินเค็มและแน่น
อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเห็ดโคนน้อย
1.
วัสดุที่ใช้เพาะซึ่งสามารถหาได้ในท้องถิ่น (ฟางข้าว เปลือกข้าวโพด
เปลือกถั่ว)
2.
แป้งมัน แป้งสาลี
3. รำละเอียด
4. หัวเชื้อเห็ดโคนน้อย
5. ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0)
6. กากน้ำตาล
7. ไม้แบบ หรือกระบะเพาะขนาดความกว้าง 30 ยาว 50
สูง 30 เซนติเมตร ซึ่งอาจจะทำด้วยไม้หรือเหล็กก็ได้
หรืออาจจะใช้ตะกร้าไม้หรือพลาสติกทำเป็นแบบก็ได้
8.
อุปกรณ์ในการต้มน้ำ ได้แก่ ถังน้ำมันหรือหม้อต้ม และเชื้อเพลิง
9.
เชือกหรือตอกสำหรับมัดวัสดุเพาะ
10 พลาสติกสำหรับคลุมกองวัสดุเพาะเพื่อกักเก็บความชื้น และเป็นการบ่มกองวัสดุเพาะ
ขั้นตอนและวิธีการเพาะเห็ด
1. ต้มน้ำ 100
ลิตร ใส่ปุ๋ยยูเรียและกากน้ำตาล (ในอัตราส่วนอย่างละ 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 100 ลิตร)
2. นำวัสดุเพาะใส่ลงไป ต้มนาน 5-10
นาที เพื่อให้สารอาหารจากปุ๋ยยูเรียและกากน้ำตาลได้ซึมเข้าไป ในวัสดุเพาะ และยังเป็นวิธีที่ช่วยกำจัดโรคและแมลง และวัชพืชต่างๆ
3.
นำวัสดุเพาะออกจากถังต้มมาผึ่งไว้ให้หายร้อน
4. นำวัสดุเพาะวางเรียงลงในไม้แบบให้มีความหนาพอประมาณ
(2-3เซนติเมตร)
5.
โรยด้วยเชื้อเห็ดโคนน้อยที่ได้ทำการผสมคลุกเคล้ากับรำละเอียดและแป้งมัน
6. วางวัสดุเพาะทับสลับกับเชื้อเห็ดโคนน้อยให้มีความสูง
4-5 ชั้น
โดยการใส่เชื้อเห็ดในชั้นล่างและชั้นบนจะใส่เชื้อเห็ดให้ทั่วบริเวณของวัสดุเพาะ
ส่วนในชั้นอื่นๆจะใส่เชื้อลงไปบริเวณด้านชิดขอบของวัสดุเพื่อให้ง่ายและสะดวกในการเก็บผลผลิต
7. ยกไม้แบบเพาะออก
มัดวัสดุเพาะรวมกันให้แน่นด้วยเชือกหรือตอก
8. นำไปวางไว้บริเวณที่ร่ม รำไร
รดน้ำให้เปียก
9. คลุมด้วยพลาสติกใสและพลาสติกสีดำให้มิดชิดจากนั้นคลุมด้วยพลาสติกที่ทึบ
หรือผ้าใบอีกชั้นเพื่อควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมต่อการเจริญของเห็ด
10.ด้านล่างของวัสดุเพาะ
ควรมีการรองด้วยไม้ให้มีความสูงเหนือพื้นดินเล็กน้อยเพื่อป้องกันแมลงต่างๆ
ส่วนพลาสติกที่คลุมกองวัสดุเพาะควรให้สูงจากกองเพาะ 5-10 เซนติเมตร
เพื่อให้ดอกเห็ดออกได้ดีไม่ติดกับพลาสติกที่คลุม
11. ภายในระยะเวลา 3-5 วัน
จะมีเส้นใยสีขาวของเห็ดเจริญทั่ววัสดุเพาะ และเห็ดจะออกดอกสมบูรณ์ประมาณวันที่ 7-10
โดยสามารถเก็บผลผลิตได้นาน ประมาณ 14-20 วัน
หมายเหตุ : สำหรับผู้ที่ทำเป็นโรงเรือน มีวิธีการเตรียมวัสดุเพาะที่เหมือนกัน
แต่สามารถทำได้ปริมาณที่มากกว่า เพราะสามารถจัดเรียงวัสดุเพาะได้หลายชั้น
ข้อควรระวัง
1. ควรมีการควบคุมความชื้นให้มีความสม่ำเสมอถ้าวัสดุเพาะมีความแห้งเกินไปเห็ดจะเจริญเติบโตได้ไม่ดีแก้ไข โดยการรดน้ำให้เปียกชุ่ม
2. ควรควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ร้อนจนเกินไปเพราะจะทำให้วัสดุแห้ง
มีการระเหยความชื้นออกไป เห็ดจะเจริญได้ไม่ดี
3. ควรเก็บเห็ดในช่วงบ่าย(ประมาณบ่าย 2-3
โมง)เพราะถ้าหากเก็บในตอนเย็น
หรือไม่เก็บขณะที่ดอกเห็ดเจริญเต็มที่จะทำให้เห็ดบานภายในเวลา 3-5 ชั่วโมง
หากต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์หรือ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ กศน.ตำบลเปือ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเชียงกลาง
จังหวัดน่าน โทรศัพท์ 054-75318
ครูธีรศักดิ์ ยะกันทะ (ครูอัฟ)
โทรศัพท์ 084-8083966
เอกสารอ้างอิง คณะเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้เชียงใหม่
แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นในตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน
ข้อมูลแหล่งเรียนรู้ในชุมชน
ที่
|
ชื่อ
|
ที่อยู่
|
ลักษณะเด่น
|
1
|
แหล่งเรียนรู้
วัดหนองแดง
|
บ้านหนองแดง
ม. 1 ต. เปือ
|
-เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมแบบไทลื้อ,ภาพจิตรกรรมฝาผนังและศิลปวัฒนธรรมล้านนา
|
2
|
แหล่งเรียนรู้
รอยพระพุทธบาท
|
บ้านดอนสบเปือ
ม. 7 ต. เปือ
|
-
เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนา
|
3
|
แหล่งเรียนรู้
พระธาตุดอยแก้ว
|
บ้านป่าแดง
ม.8 ต. เปือ
|
-เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพุทธศาสนาและประวัติความเป็นมาของชุมชน
|
4
|
กศน.ต.เปือ
|
บ้านนาหนุน
ม. 2
|
-จัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
|
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ที่
|
ชื่อ -
สกุล
|
องค์ความรู้
ของภูมิปัญญา
|
ที่อยู่
|
บทบาทของภูมิปัญญา
ต่อสถานศึกษา
|
1
|
นายคำศิลป์ สิงห์ธนะ
|
การจักสาน
|
9 ม. 4 ต. เปือ
|
แหล่งเรียนรู้
|
2
|
นาง ศรียา โนราช
|
การทอผ้า
|
28 ม.6 ต.เปือ
|
แหล่งเรียนรู้
|
3
|
นาย
จันทร์ หน่อท้าว
|
การฟ้อนเจิง
|
38 ม.8
ต.เปือ
|
แหล่งเรียนรู้
|
4
|
นาย
นิทัศน์ เปียงใจ
|
ศิลปะพื้นบ้าน,ซอ
|
37 ม. 12 ต. เปือ
|
แหล่งเรียนรู้
|
5
|
นาย แก่น ใจปิง
|
การถักไม้กวาดดอกก๋ง
|
29 ม. 14 ต. เปือ
|
แหล่งเรียนรู้
|
6
|
นาย อินผ่อง
วันดี
|
การทำยาสมุนไพรพื้นบ้าน
|
85 ม. 10 ต. เปือ
|
แหล่งเรียนรู้
|
7
|
นาย
โสภณ คำวงค์
|
การสู่ขวัญ
|
ม.6 ต.เปือ
|
แหล่งเรียนรู้
|
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










